ทริป นาโกย่า แบบจัดเต็ม - RiakoJapan
15 49.0138 8.38624 both 0 both 1 4000 1 fade https://riakojapan.com 300 4000 0
theme-sticky-logo-alt
☆ ยินดีต้อนรับทุกคน ♪ เข้าสู่ "RiakoJapan" ขอฝากเว็บไซต์นี้ไว้ในอ้อมใจ♥น้อยๆด้วยค่ะ
nagoya

ทริป นาโกย่า แบบจัดเต็ม

เมื่อช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มะม๊าได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ นาโกย่า เป็นครั้งแรก และก็ได้ไปเที่ยวหลายที่ ทั้งเลโก้แลนด์เจแปน,พิพิธภัณฑ์อันปังแมน,วัดโอซุคันนน,ปราสาทนาโกย่า รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่าด้วยล่ะค่ะ เพราะงั้นวันนี้เดี๋ยวมะม๊าจะรวมทุกสถานที่ที่ได้ไปมาค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่ดองไว้นาน หลักๆ อยากให้ทุกคนดูคลิปมากกว่าเพราะเก็บบรรยากาศเต็มๆ เอาไว้แล้ว งั้นเดี๋ยวเราไปเริ่มกันที่เลโก้แลนด์ เจแปน รีสอร์ท (LEGOLAND® Japan Resort) กันเลยค้า👌

LEGOLAND® Japan Resort

มะม๊าเชื่อเลยว่าใครที่เป็นสาวกชาวเลโก้จะต้องไม่พลาดธีมพาร์คแห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีทั้งตัวต่อเลโก้กว่า 17 ล้านตัว และโมเดลเลโก้กว่า 10,000 แบบ,ดินแดนที่จัดธีมไว้หลาย ธีมมาก รวมไปถึงเครื่องเล่นมากมายให้ได้เพลินกันตลอดทั้งวัน และที่นี่ไม่เพียงแค่สนุกกับตัวต่อเลโก้ได้เพียงอย่างเดียวแต่เรายังสามารถเที่ยวซีไลฟ์ นาโกย่า (SEA LIFE Nagoya) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สร้างอยู่ภายในโรงแรมเลโก้แลนด์ เจแปน โฮเต็ล อีกด้วย

ตรงนี้ส่วนของทางเข้าสีสันสดใสสะดุดตามากซึ่งช่วยกระตุ้นความอยากเที่ยวเล่นได้ดีจริงๆ ตื่นเต้นจนรอไมาไหวแล้ว เราเข้าไปกันเลยดีกว่าเนอะ

ขอมาพูดถึงเรื่องการซื้อตั๋วหน่อยนะคะ โดยเราสามารถซื้อตั๋วได้ทั้ง 2 ช่องทาง คือทางออนไลน์หรือจะมาซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์เลยก็ได้ แต่ถ้าใครอยากได้ตั๋วราคาดีและมีแพลนว่าจะมาอยู่แล้วขอแนะนำว่าจองทางออนไลน์ล่วงหน้ามาก่อน 7 วันเพราะจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ถึง 20% เลย และต้องบอกก่อนว่าราคาจะมีหลายราคาขึ้นอยู่กับช่วงที่มาว่าเป็นช่วงพีค(คนเที่ยวเยอะ) หรือช่วงปกติซึ่งราคาก็จะถูกกว่าค่ะ 
หมายเหตุ : สำหรับเด็กที่อายุไม่เกิน 2 ขวบ เข้าชมฟรี

ก่อนจะเข้าไปยังด้านในสวนสนุก ทางเจ้าหน้าที่จะมาขอวัดอุณหภูมิร่างกายและตรวจกระเป๋าเราว่าเราพกอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไปมั้ยซึ่งตามกฎคือ ห้ามนำเข้าไป ยกเว้น อาหารเด็กเล็กและพกน้ำใส่กระติกเข้าไปได้ไม่เกิน 500 ml. ค่ะ

ทั่วทั้งบริเวณสวนจะถูกประดับตกแต่งไปด้วยเหล่าน้องเลโก้มากมาย

ส่วนที่เราเห็นอยู่นี้จะเป็น การผจญภัยโจรสลัด (PIRATE SHORES) ซึ่งมีทั้งเครื่องเล่นของเด็กน้อย,ล่องเรือโจรสลัด (ตรงด้านในนี้เราจะไม่สามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้นะคะ)

แถมใครชอบเล่นตู้คีบตุ๊กตาหรือเกมส์ตีจระเข้ต่างๆ เขาก็มีบริการด้วยนะ ส่วนไอริจังชอบน้องเข้ของเราเป็นพิเศษวนเวียนอยู่แต่กับน้องเขา🤣

โซนถัดมาจะเป็น NINJAGO ซึ่งเด็กๆ สามารถฝึกทักษะนินจาโกผ่านหลากหลายเครื่องเล่นได้ ความพิเศษอีกอย่างของที่นี่คือน้องเลโก้บางตัวจะส่งเสียงได้ด้วย ปังไม่ไหว🤩

อาณาจักรอัศวิน (Knight’s Kingdom) ก็มาเด้อซึ่งสร้างมาให้เราได้มาผจญภัยในดินแดนยุคกลางค่ะ

ถัดมาตรงโซนนี้จะเป็นโซนเลโก้ ซิตี้ (LEGO CITY) เด็กๆคนไหนที่ชอบการขับขี่ยานพาหนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขับเครื่องบิน,รถหรือเรือก็มีนะคะ ส่วนเด็กเล็กแบบไอริจังก็เล่นเครื่องเล่นสไลเดอร์แทนไปก่อน รอให้หนูโตอีกหน่อยไว้จะมาเล่นค้า😊

ที่เรากำลังอยู่ตอนนี้คือโซนอียิปต์ค่ะ เมื่อเข้ามาแล้วรับรู้ได้เลยถึงความขลังความอียิปต์ใดๆ ทั้ง Tutankhamen เอย อักษรไฮโรกลิฟฟิกซึ่งเป็นอักษรภาพอย่างหนึ่งของอียิปต์โบราณเอย แถมมีน้องอูฐซึ่งเป็นสัตว์แห่งทะเลทรายด้วยน้า🐫

หลังจากที่เดินมาสักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่าท้องร้องกิ่วๆ แล้ว เพราะงั้นมะม๊าขอแวะร้านนี้ OASIS SNACKS และเลือกสั่งเป็นเซต มันฝรั่งทอดราดชีส+เครื่องดื่ม ซึ่งมะม๊าเลือกเป็นนมกล่องไว้ให้ไอริจังค่ะ

เมื่อเราเดินทะลุออกมาก็จะเจอกับโซน MINI LAND โดยจะจัดแสดงเลโก้สถานที่ท่องเที่ยวจำลองขนาดจิ๋ว ขอบอกเลยว่าเขาเก็บรายละเอียดดีจริงๆ 

โซนนี้จะถือเป็นโซนสุดท้ายระหว่างมะม๊ากับไอริจังนะคะเนื่องด้วยความกำจัดของเวลา ก็เลยอยากจะพานางมาเล่นของเล่นก่อนกลับค่ะ ตรงซุ้มนี้เลย DUPLO VALLEY และที่ไอริชอบเป็นพิเศษก็คือการได้นั่งรถไฟปู๊นๆ นั่นเอง

จริงๆ ที่นี่ยังมีอีกหลายโซนให้ทุกคนได้เล่นกันอย่างเพลิดเพลิน มะม๊าใส่ลิงก์ไว้ให้แล้วสามารถคลิกด้านล่างเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยค้า และก่อนกลับอย่าลืมแวะถ่ายภาพที่ระลึกกับเหล่าน้องๆเลโก้ด้วยน้า น้องเค้าน่ารักตะมุตะมิมากเลยค่ะ☺

nagoya

Anpanman Children’s Museum & Park Nagoya

  การมาเที่ยวแบบแม่ลูกอ่อนสิ่งหนึ่งที่ต้องทำเลยคือเอาใจลูกค่ะ และก่อนที่จะมา นาโกย่า มะม๊าก็ลองหาที่เที่ยวสำหรับเด็กและก็เจอที่นี่เข้าซึ่งเข้าทางไอริจังมากๆเพราะนางชอบอันปังแมนค่ะ
  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Nagashima Resort ซึ่งถือเป็นสถานที่พักผ่อนชั้นดีเพราะที่นี่เขามีทั้งสวนสนุก, Spa, แช่ออนเซ็นหรือจะเดินช็อปปิ้งสบายๆก็ได้ทั้งนั้นเรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวจริงๆ 

ตรงนี้คือบริเวณทางเข้าก่อนที่จะเข้าไปซื้อตั๋วค่ะ แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าที่นี่เขาซื้อทางเว็บไซต์เท่านั้น ตอนแรกมะม๊าก็เดินดุ่มๆ จะเข้าไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์แต่พนักงานบอกว่าต้องซื้อทางออนไลน์ เพราะงั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาเราจองมาก่อนล่วงหน้าไว้เลยดีที่สุดค้า

อันปังแมน หรือ อังปังแมน (ญี่ปุ่นアンパンマン โรมาจิ: Anpanman) เป็นตัวการ์ตูนในหนังสือภาพที่มีใบหน้ากลมๆ คล้ายกับขนมอันปัง ซึ่งเป็นขนมหวานของญี่ปุ่น สวมชุดสีแดง และผ้าคลุมสีน้ำตาล ออกแบบโดย ทาเคชิ ยานาเสะ มีเนื้อหาเพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้หลักโภชนาการผ่านตัวละคร เช่น อันปังแมน, กะหรี่ปังแมน (ยอดมนุษย์ขนมปังแกงกะหรี่) , ขนมปังแมน (ยอดมนุษย์ขนมปังแถว) และ แบคทีเรียแมน เป็นต้น ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2531 ได้ถูกสร้างเป็นอนิเมะ ออกฉายทางสถานีนิปปอนทีวี โดยใช้ชื่อว่า “โซเระอิเคะ! อันปังแมน” (それいけ!アンパンマン) หรือ “ยอดมนุษย์อันปังแมน” ในชื่อภาษาไทย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/

โลกแห่งจินตนาการของเหล่าเด็กๆ สีคือ Colorful เวอร์ และเพื่อให้ทุกคนได้อินไปกับบรรยากาศของการ์ตูนเรื่องนี้ที่นี่ไม่เพียงมีแต่ของเล่นเพียงอย่างเดียว แต่เขายังมีทั้งร้านขายของฝากทำมือ(Handmade),ร้านขนมปังที่อบเป็นหน้าคาแร็กเตอร์ต่างๆ ,การแสดงโชว์ 3 รอบ คือ 12:30/13:30/16:00 น. อีกทั้งในช่วงเที่ยงกับช่วง 14:30 น. จะมีขบวนพาเหรดมาเดินเอาใจเด็กๆ กันด้วยล่ะค่ะ

อีกหนึ่งซุ้มที่เป็นจุดสนใจของเหล่าเด็กเด็กๆ ก็คือซุ้มลูกบอลนี่เองค่ะ ดูซิคะไอริจังกลิ้งบอลใหญ่เลย

ใครอยากดูอาณาจักรอันปังแมนจำลองและอีกหลายสิ่งอย่าง สามารถเข้าชมในพิพิธภัณฑ์นี้ได้ค่ะ ทั้งยังมีของเล่น สไลเดอร์หลากสี,เขาวงกต ฯลฯ ให้เด็กๆ ได้เล่นกันด้วยนะ🥰

ต่อมามะม๊าจะพาไปสถานที่ที่คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะถือเป็นจุดเช็คอินเลยก็ว่าได้คือ 3 ที่นี้ค่ะ วัดโอซุคันนน,ปราสาทนาโกย่า รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่า

Osu Kannon

วัดโอสุคันนน ถือเป็นหนึ่งในสามของวัดคันนนในญี่ปุ่นที่จะบูชาเจ้าแม่กวนอิม อีกทั้ง ยังเป็นวัดหลักพิเศษของนิกายชิงกงชิซังด้วยค่ะ

ภายในตัววัดเราสามารถถ่ายรูปได้ยกเว้นองค์เจ้าแม่กวนอิมค่ะ

ตรงด้านข้างของวัดโอสุคันนนมีแหล่งการค้าชื่อว่า Osu Kannon Dori ให้เราสามารถช็อปได้ทั้งเสื้อผ้า,ของใช้,เครื่องประดับต่างๆ และร้านอาหารมากมายให้เลือกกินไม่หวาดไม่ไหวกันเลยค่ะ

Nagoya Castle

อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ “ปราสาทนาโกย่า” นั่นเองค่ะ ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์เมืองซามูไรแห่งนาโกย่าเลยก็ว่าได้

ในสมัยเอโดะ (1603-1868) นาโกย่าเป็นเมืองปราสาทที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่ง ปราสาทนาโกย่าคือที่พำนักของตระกูลโอวาริ โทคุกาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสายสกุลโทคุกาวะที่มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นโชกุน อีกทั้งปราสาทนาโกย่ายังเป็นแนวหน้าในการป้องกันเมืองเมื่อสู้รบกับโอซาก้าด้วยค่ะ

โดยปกติแล้วตรงส่วนยอดด้านบนจะถูกประดับด้วยปลาทองคินชะจิ (金鯱) แต่เนื่องด้วยตัวอาคารหลักของปราสาทนาโกย่าตอนนี้ยังคงปิดปรับปรุงบูรณะเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับตัวโครงสร้างอาคารอยู่จึงไม่สามารถชมความงดงามที่สมบูรณ์นี้ได้ และคาดว่าจะเปิดให้บริการอีกครั้งในปี ค.ศ. 2022 ค่ะ

มะม๊าเดินๆอยู่ก็ได้พบกับเหล่านักรบของเราด้วยค่ะเลยแวะแชะรูปมาฝากสักหน่อยแต่เสียดายที่ฝนตกจึงไม่ได้ร่วมเฟรมด้วยกัน

ส่วนจุดที่พบทั้ง 2 คนก็อยู่ตรงพระราชวังฮอมมารุพอดิบพอดี ซึ่งภายในของพระราชวังแห่งนี้มีงานวิจิตรศิลป์มากมายไม่ว่าจะเป็นฉากกั้นห้องทองคำลายจิตรกรรมรูปเสือ เสือดาว นก สัตว์มงคลที่ชาวญี่ปุ่นนับถือ ต้นไม้ และดอกไม้ ที่วาดโดยปลายพู่กันของช่างศิลป์ระดับปรมาจารย์ของประเทศในยุคเอโดะ

ก่อนเข้าไปยังภายในตัวอาคารเราจำเป็นจะต้องเปลี่ยนเป็นรองเท้าสลิปเปอร์ที่เขาจัดเตรียมไว้ให้และจะต้องฝากกระเป๋าไว้ในตู้ล็อคเกอร์ค่ะ โดยเราจะต้องเตรียมเหรียญ 100 เยน 1 เหรียญ ไม่ใช่ค่าบริการนะคะแต่ใช้สำหรับยอดฝากไว้ จากนั้นตอนขากลับเราก็จะได้คืนค่ะ

ขนาดปราสาทยังไม่เสร็จสมบูรณ์ยังสวยงามถึงเพียงนี้ ถ้าบูรณะเสร็จแล้วจะสวยงามขนาดไหนนะ เฮ้อ… เสียดายที่มะม๊าไม่มีโอกาสเข้าไปชมด้านใน😓

อีกทั้ง บริเวณรอบๆ ของที่นี่ยังมีสวนให้ได้ชื่มชม รวมถึงถนนคิงฉะจิ โยะโคะโจว ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารมากมายทั้งอาหารสไตล์อเมริกันหรือแม้แต่อาหารสไตล์ญี่ปุ่นเองก็มีให้เราได้เลือกทานค่ะ

Port of Nagoya Public Aquarium

หนึ่งในความพิเศษของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำท่าเรือนาโกย่าแห่งนี้ คือ การมีน้องวาฬเพชรฆาตออร์กา รวมถึงโลมาเบลูก้าสีขาวเผือกน่ารักอยู่ด้วยค่ะ

ตัวอาคารของที่นี่ จะแบ่งออกเป็น 2 อาคารคือ อาคารทิศเหนือและอาคารทิศใต้ค่ะ โดยอาคารทิศเหนือจะมีตู้ปลากลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นทำให้เราได้เห็นเหล่าน้องวาฬและโลมาได้อย่างชัดเจน ทางด้านอาคารทิศใต้จะจัดแสดงระบบนิเวศน์ของสัตว์น้ำจืดทวีปออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็นทั้งเต่า ปลา และสัตว์ในแม่น้ำหลากหลายสายพันธุ์ที่พบได้ในออสเตรเลียเท่านั้น รวมไปถึง
สัตว์ทะเลทวีปแอนตาร์กติกาและเพนกวินเอนเคาน์เตอร์ซึ่งมีมุมแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพนกวินด้วย ส่วนใครที่ชอบดูแมงกระพรุนเล่นแสงที่นี่เขาก็มีโซนแมงกระพรุนให้ได้ชมกันด้วยค่ะ

การแสดงของเหล่าฝูงปลาเงินเล่นแสงในตู้ปลาคุโระชิโอะขนาดยักษ์(อาคารทิศใต้)
อัฒจันทร์ชมการแสดงเหล่าสัตว์น้ำ

ช่วงกลางวันมะม๊ากับไอริจังก็เริ่มหิวข้าวกันแล้ว เราสองคนเลยแวะมาทานที่ฟู้ดคอร์ทกันค่ะ ซึ่งก่อนอื่นเราสามารถดูเมนูที่อยู่ด้านบนของเครื่องสั่งหรือจะดูที่หน้าจอก็ได้เช่นกัน จากนั้นเมื่อเราเลือกเมนูแล้วก็ทำการใส่เงินเข้าไปที่เครื่องเพื่อปริ้นท์คูปองอาหารออกมาแล้วเราก็นำคูปองนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์ค่ะ 

สำหรับเมนูขึ้นชื่อของนาโกย่าจะเป็นเรื่อง “มิโซะแดง” ซึ่งทำมาจากถั่วเหลืองเหมือนกันแต่จะหมักนานกว่าทำให้รสชาติมีความเข้มข้นขึ้น มะม๊าไม่เคยลองทานเลยสั่งเป็นมิโซะคัตสึ (ข้าวหน้าหมูทอดมิโซะ) มา พอทานเข้าไปแล้วรู้สึกว่ารสชาติเข้มข้นจริงๆ และยังมีความหวานเข้ามาผสมด้วยค่ะ ใครไม่เคยลองทานต้องลองสักครั้งนะคะ

พอกินของคาวเสร็จก็อยากจะต่อด้วยของหวาน คนไหนเป็นเหมือนมะม๊าสามารถมาสั่งซื้อได้ที่ TORTOISE CAFE ได้เลยโดยใช้วิธีเดียวกันคือกดสั่งจากตู้เล็กๆที่อยู่ด้านหน้าร้านก่อน จากนั้นยื่นคูปองให้พนักงานค่ะ

สุดท้ายมะม๊าขอพามาจบที่ร้านของฝากนะคะ สำหรับที่นี่ไอริจังโดนตุ๊กตาวาฬเพชรฆาตออร์กาเข้าอย่างจังทำให้มะม๊าต้องยอมซื้อให้นาง ไม่งั้นนางร้องไห้ไม่จบไม่สิ้น😂

ทริปนาโกย่าของมะม๊ากับไอริจังครั้งนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ งั้นไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ Bye Bye🖐

ติดต่อ RiakoJapan