พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ - RiakoJapan
15 49.0138 8.38624 both 0 both 1 4000 1 fade https://riakojapan.com 300 4000 0
theme-sticky-logo-alt
☆ ยินดีต้อนรับทุกคน ♪ เข้าสู่ "RiakoJapan" ขอฝากเว็บไซต์นี้ไว้ในอ้อมใจ♥น้อยๆด้วยค่ะ
Sumida Aquarium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ

เมื่อเรากำลังวางแผนว่าจะไปเดทหรือพาลูกๆ ของเราไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในเมืองโตเกียว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ (Sumida Aquarium) ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยทีเดียว ด้วยการเดินทางที่สะดวกและตั้งอยู่ที่ตึกโตเกียวโซลามะจิ (Tokyo Solamachi) โดยตึกแห่งนี้เป็นแหล่งรวมหลายๆ อย่างทั้งช็อปปิ้งหรือจะดูท้องฟ้าจำลอง รวมไปถึงโตเกียวสกายทรีด้วยล่ะค่ะ แต่วันนี้มะม๊าขอพาลูกมาเที่ยวเพียง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ ก่อนและอยากให้ทุกคนอ่านจนจบเพราะมะม๊าไปเจอจุดสำหรับถ่ายรูปโตเกียวสกายทรี🗼อีกมุมหนึ่งมาฝากทุกคนพร้อมมาบอกว่าพิกัดอยู่ที่ไหน รอติดตามได้เลยค่ะ

เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดทำให้ปัจจุบันในหลายพื้นที่ที่ให้บริการนั้นหันมาให้ความสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อและลดการชุมนุมแออัดโดยจะจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ดังนั้นมะม๊าจึงซื้อบัตรเข้าชมผ่านทางเว็บไซต์โดยจองวันที่ต้องการเข้าชม และเมื่อเรามาถึง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซุมิดะ แล้วสิ่งแรกที่จะต้องทำคือเจ้าหน้าที่เขาจะทำการเช็คอุณหภูมิร่างกายของเราก่อน จากนั้นยื่นโค้ดเลขจองผ่านมือถือให้เขาดูตรงจุดตรวจก่อนเข้าชม จากที่สังเกตที่นี่มีบริการสเปรย์แอลกอฮอล์ให้ตามแต่ละจุดด้วยค่ะ

เมื่อเราเข้ามาถึงจุดแรกที่เราจะพบคือ ตู้ปลาขนาดยาวที่มีน้องปลาตัวเล็กๆ🐠กำลังแหวกว่ายกันเป็นกลุ่มๆ เห็นแล้วน่ารักดีค่ะ

สำหรับจุดเด่นของที่นี่ จะเป็นในส่วนของน้องแมงกระพรุนและน้องแพนกวิน🐧ที่ค่อนข้างจะได้พื้นที่สื่อเยอะหน่อย😁 งั้นมะม๊าขอนำเสนอน้องแมงกระพรุนก่อนเลยเพราะมีจัดแสดงการเติบโตของน้องตั้งแต่น้องยังเป็นตัวอ่อนจนโตเต็มวัย รวมถึงมีหลากหลายพันธุ์ อีกทั้งยังมีจุดที่โชว์แสงสีอีกด้วย พูดได้เต็มปากว่าได้ซีนไปอีก1

มาต่อด้วยน้องแพนกวินกันต่อเลย ซึ่งข้างตู้กระจกจะมีบอกจุดสังเกตว่าตัวไหนเป็นตัวผู้ตัวไหนเป็นตัวเมีย โดยดูจากห่วงตรงช่วงปีกของน้องค่ะ เดินกันขวักไขว่เล่นน้ำกันอย่างแฮปปี้เลยล่ะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้จะมีเพียง 2 ชั้นเท่านั้น ขอพูดตามตรงว่าเล็กกว่าที่คิดไว้ แต่ก็นะพื้นที่มันมีจำกัดนิเนอะ ซึ่งเขาก็สามารถจัดสรรปันส่วนออกมาได้ดีนะคะ นี่คือภาพถ่ายของชั้น 2 ค่ะ

นอกจากนั้น ชั้นบนนี้ยังมีการจัดแสดงพันธุ์ปลาอื่นๆ ด้วยและยังสามารถมองเห็นน้องฉลาม, ปลากระเบน ฯลฯ ผ่านตู้ปลายาวขนาดใหญ่ได้ด้วยค่ะ

ต่อไป มะม๊าจะพามาดูในส่วนของชั้นล่างกันบ้าง ซึ่งในชั้นนี้จะมีจัดแสดงน้องปลาทอง น้องแมวน้ำ และมีมุมที่ตกแต่งโคมไฟเป็นน้องปลาในคอนเซปต์ฮาโลวีนก็ช่วยเสริมให้มีมุมได้ถ่ายรูปมากขึ้น ถ้าใครจู่ๆ เกิดหิวก็สามารถซื้ออาหารตรงจุดขายได้ และที่ดีสุดคือมีบริการฟรี Wifi ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศและหาไอเดียใหม่ๆในการทำงานที่นี่ก็ได้อยู่แต่ต้องมาในวันธรรมดานะคะไม่งั้นคนเยอะจะยิ่งไม่มีสมาธิ 😃

อีกจุดหนึ่งที่เอาใจเด็กๆ ก็คงหนีไม่พ้นการหมุนลูกไข่และการได้ซื้อตุ๊กของฝากที่ระลึกน่ารักๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

เคล็ดลับ : หากใครเป็นเหมือนมะม๊าที่อยากจะพาลูกออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างแต่ก็ยังกังวลเรื่องเชื้อโควิดอยู่ สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ตามกันได้นะคะ คือ มะม๊าให้ปะป๊าใช้วันลาพักร้อน 1 วัน เพราะข้อดีของการไปเที่ยวในวันธรรมดานั้น อย่างแรกแน่ล่ะว่ารถไม่ติดคนไม่แออัดเดินทางสะดวกและสามารถจองซื้อบัตรเข้าชมได้ง่ายที่ไม่เต็ม อีกทั้งสามารถเดินชมได้อย่างชิลๆ ส่วนเรื่องการกินก็ยิ่งง่ายไปอีกเพราะคนน้อยค่ะ

เวลาทำการ
วันธรรมดา : 10:00-20:00 น.
วันหยุด : 09:00-21:00 น.
(เวลาจะเปลี่ยนไปตามช่วงฤดู กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง)
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ : 2,300 เยน/คน
นักเรียน ม. ปลาย : 1,700 เยน/คน
นักเรียน ม.ต้น – ประถม : 1,100 เยน/คน
เด็ก (อายุ 3 ปีขึ้นไป) : 700 เยน/คน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.sumida-aquarium.com/en/index.html

ถัดมา มะม๊าจะพาทุกคนไปยังจุดถ่ายรูปโตเกียวสกายทรีอย่างที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้น ซึ่งจะตั้งอยู่ที่สวน “Oyokogawa Shinsui Park (大横川親水公園)” ใครสายโพสท่าเก่ง ต้องลองมาชาเลนจ์โพสผ่านกระจกเลนส์โค้งขนาดใหญ่!!ที่นี่ซะหน่อยแล้ว ส่วนรูปที่มะม๊าถ่ายตัวเองคือ พักๆๆๆก่อน😂 โพสคือไม่ได้เลย…มือไม้เต็มไปด้วยสัมภาระทั้งของลูก ของตัวเอง พะลุงพะลังซู้ดดดด~

ใกล้ๆ แถวนั้นยังมีสวนและสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นและเล่นสไลเดอร์ที่ถูกออกแบบตัวฐานเป็นเรือกันได้อีกด้วย

ไหนๆ ก็มาโซนนี้แล้ว ก็ขอเดินเล่นต่อไปยังสวนซุมิดะกันสักหน่อย… เมื่อมาถึง เราจะพบกับสวนที่มีขนาดกว้างบวกกับความเขียวชะอุ่มของต้นไม้🌳และสนามหญ้าที่ช่วยให้มองแล้วสบายตามาก และด้านข้างของสวนนั้นยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆ ตั้งอยู่ให้สามารถมานั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมซึมซับบรรยากาศความเงียบสงบได้อีก1 นอกจากนี้ ภายในสวนยังมีบึงสระน้ำที่ถูกจัดตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งตัดกับความทันสมัยในย่านนี้ได้ดี

จุดสุดท้ายที่จะแวะไปก่อนกลับก็ยังคงอยู่ในบริเวณของสวน นั่นคือ ศาลเจ้าอุชิจิมะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโต สร้างขึ้นในปีค.ศ. 820 ชื่อของศาลเจ้ามาจากวัวที่เคยกินหญ้าในแถบนี้ (อุชิ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง วัว) ว่ากันว่า เมื่อเราแตะไปยังรูปปั้นวัวตรงจุดเดียวกันกับส่วนที่ร่างกายเรามีอาการเจ็บป่วยก็จะช่วยให้การเจ็บป่วยเหล่านั้นหายไป หากใครมีโอกาสก็ลองแวะมาสักการะดูนะคะ

สำหรับทริปนี้มะม๊าขอจบไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามรับชมค่ะ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า…บ๊ายบาย😉💞

ดูเรื่องอื่นๆ ได้ที่นี่
Tsukuikoshiroyama park-1
Tama Zoological Park
เที่ยวเมืองคามาคุระ ตอนที่ 1

ติดต่อ RiakoJapan